เจาะสัญญาณ “ความยั่งยืน” ปัจจัยสำคัญพลิกโฉมธุรกิจก่อสร้างในยุคใหม่

ความยั่งยืน (Sustainable) สำหรับธุรกิจก่อสร้างยังคงเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2025 ไม่ว่าจะกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น ผู้คนที่ตื่นตัวจากปัญหาสภาพแวดล้อม ความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่สัมผัสได้จริง และส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก

ทั้งหมดคือเครื่องยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ที่มาแล้วไป แต่เป็นความเปลี่ยนแปลงที่อาจคงอยู่กับเราไปอีกนับทศวรรษ และนี่คือข้อมูล 5 สัญญาณสำคัญ ที่สามารถพบเห็นได้จริงว่าธุรกิจของคุณนั้นได้เวลาเปลี่ยนแปลงแล้ว

สัญญาณ “ความยั่งยืน” ที่ธุรกิจก่อสร้างไม่ควรมองข้าม

สัญญาณ “ความยั่งยืน” ที่ธุรกิจวัสดุก่อสร้างไม่ควรมองข้าม

1. ผู้บริโภคต้องการผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ตลาดธุรกิจก่อสร้างระดับโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ภาพรวมของตลาดในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่า วัสดุก่อสร้างประเภทที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Building Materials) มีความเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และคาดว่าในอนาคตช่วงปี 2030 ความสำคัญดังกล่าวจะสูงมากขึ้นอีก

แน่นอนว่าไม่ใช่ผู้บริโภคเพียงอย่างเดียวที่ใส่ใจ บรรดานักลงทุน และผู้ประกอบการต่างก็เล็งเห็นเรื่องนี้ EPD จึงกลายเป็นสิ่งยืนยันที่ได้มาตรฐานที่สุด

EPD (Environmental Product Declaration)เปรียบเสมือน “ฉลากโภชนาการสิ่งแวดล้อม” ของผลิตภัณฑ์ ที่ระบุข้อมูลเชิงปริมาณเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจให้กับลูกค้า ทำให้พวกเขามั่นใจว่าได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อโลกอย่างแท้จริง

 

2. ความเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบด้านอาคารสีเขียว

ไม่เพียงแค่ผลิตภัณฑ์ แต่มาตรฐานอาคารสีเขียวมีบทบาทในไทยด้วยเช่นกันซึ่ง มาตรฐานระดับโลกที่ควรรู้จักคือ LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการใช้พลังงานและทรัพยากร

โดย LEED จะมีการประเมินแบบองค์รวม ตั้งแต่พื้นที่ตั้ง ประสิทธิภาพการใช้งานทรัพยากร วัสดุ สภาพอากาศ ทำให้ธุรกิจก่อสร้างต้องปรับตัวไม่น้อยทีเดียว

นอกเหนือจากนั้นยังมี WELL Building Standard หรือ WELL ที่เปรียบเสมือนการวางรากฐานอาคารสุขภาพที่ดีต่อคน ซึ่งตรวจสอบทั้งวัสดุ การใช้งาน ให้ดีต่อผู้อาศัยอีกด้วย

การเข้ามาของหลักเกณฑ์ต่าง ๆ จึงเป็นสัญญาณในการ “ปรับตัว” เพื่อความยั่งยืนอย่างแท้จริง

 

3. การพัฒนาของคู่แข่งที่ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

ไม่มีสิ่งใดที่บ่งชี้ถึงความก้าวหน้าได้เห็นชัดเจนกว่าคู่แข่งอีกแล้ว เพราะธุรกิจก่อสร้างทั่วโลกนั้นมีมากมาย และหลายแห่งมีบทบาทในไทย คู่แข่งของคุณอาจกำลังนำเรื่องนี้ไปปรับใช้แล้ว การก้าวไปข้างหน้าของธุรกิจคู่แข่งไม่ได้มองแค่ปัจจุบัน แต่ยังมองไปถึงอนาคตด้วย

ซึ่งในปัจจุบันแม้ว่าจะไม่ระบุแบรนด์ชัดเจน แต่ผู้ประกอบการย่อมเห็นชัดถึงกระแสความเปลี่ยนแปลงในธุรกิจก่อสร้าง การวางแผนใหม่ๆ ที่มีระเบียบมาตรฐานชัดเจนมากขึ้น รวมถึงการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้งาน

หากธุรกิจของคุณยังยึดติดกับวิธีการแบบเดิม คุณอาจจะพลาดโอกาสทางธุรกิจให้กับคู่แข่งที่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ทั้งมีคุณภาพและตอบโจทย์ความยั่งยืนได้ดีกว่า

การพัฒนาของคู่แข่งธุรกิจวัสดุก่อสร้างอย่างยั่งยืนที่ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

4. ต้นทุนทางทรัพยากรที่เพิ่มสูงโดยไม่รู้ตัว 

ทุกธุรกิจย่อมต้องมีต้นทุน และหากคุณพบว่าต้นทุนของคุณเพิ่มขึ้นโดยไม่ได้เอะใจ นั่นอาจเป็นเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลง

LCA (Life Cycle Assessment) เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีส่วนช่วยในด้านนี้ เพราะจะเป็นการประเมินวงจรของผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้งาน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นรากฐานที่ก่อให้เกิดความคุ้มค่าในการใช้งานทรัพยากรที่คุณอาจมองข้ามไป

 

5. การให้ความสำคัญกับ ESG จากกลุ่มธนาคาร

นอกเหนือจากต้นทุนที่เป็นทรัพยากรต่าง ๆ การได้มาซึ่งสิ่งเหล่านั้นย่อมต้องอาศัยเม็ดเงินลงทุน และในปัจจุบัน ผู้ที่อนุมัติเงินทุนรายใหญ่อย่างธนาคารต่างๆ ก็มีการให้ความสำคัญด้าน ESG เช่นกัน

ESG ย่อมาจาก Environmental (สิ่งแวดล้อม) Social (สังคม) และ Governance (ธรรมาภิบาล) เป็นการแสดงให้เห็นว่าองค์กรมีการใส่ใจทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และมีการทำงานภายใต้ธรรมาภิบาล ส่งผลต่อภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถืออย่างยิ่งยวด

การใช้งานมาตรฐานต่างๆ รวมถึงมีหลักฐานสำคัญอย่าง EPD เข้ามายืนยันคาดว่าจะมีส่วนไม่น้อยในการตัดสินใจของธนาคารเพื่อเพิ่มความเป็นไปได้ในการได้มาซึ่งโอกาสในการลงทุนต่างๆ ในอนาคต

 

วงการก่อสร้างกำลังเปลี่ยนแปลง มีสิ่งใดอีกบ้างที่ควรรู้

1. บทบาทของหุ่นยนต์ และการใช้งานแรงงานที่เปลี่ยนไป

ในต่างประเทศมีการใช้งานหุ่นยนต์เข้ามาช่วยทำงานที่ต้องใช้แรงงานหนักและมีความเสี่ยงสูง เช่น การก่ออิฐ การเชื่อมโลหะ ไปจนถึงงานละเอียดต่างๆ ที่ทำด้วยแรงงานมนุษย์ได้ยาก ทำให้งานมีประสิทธิภาพและปลอดภัยขึ้น

ธุรกิจวัสดุก่อสร้างกับการก่อสร้างแบบสำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้น

2. การก่อสร้างแบบสำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้น

การผลิตชิ้นส่วนอาคารในโรงงานเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งในตอนนี้ เนื่องจากช่วยลดระยะเวลาการก่อสร้าง ลดของเสีย และควบคุมคุณภาพได้ดีกว่าการก่อสร้างหน้างาน ซึ่งสามารถพบได้มากขึ้นในปัจจุบัน

 

3. การบูรณาการข้อมูลในการทำงานด้วย BIM

BIM (Building Information Modeling) เป็นเทคโนโลยีที่สร้างแบบจำลอง 3 มิติของอาคาร ควบคู่ไปกับการเพิ่มข้อมูลเชิงลึก และการแชร์ข้อมูลกันภายในองค์กร ช่วยให้การทำงานร่วมกันระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความผิดพลาด เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาว

 

4. การสร้างสรรค์งานโดย AI

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า AI สามารถเข้ามาช่วยในการออกแบบโครงสร้างที่ซับซ้อน หรือแม้แต่ช่วยวางแผนการใช้ทรัพยากรในโครงการได้อย่างชาญฉลาด ในปัจจุบันเราจึงพบเห็นการใช้งาน AI ควบคู่ไปกับงานต่างๆ โดยเฉพาะงานตรวจสอบ งานคำนวณ และการออกแบบต่างๆ ที่บรรดานักออกแบบใช้เป็นตัวช่วยได้ดี

 

สรุป

ชัดเจนว่าสัญญาณทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้นกำลังบ่งชี้ถึงความเปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ตั้งแต่สภาวะโลกร้อนจนถึงความต้องการของผู้บริโภค สิ่งนี้ไม่ใช่แค่กระแสอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นรากฐานที่สำคัญของธุรกิจเพื่อความยั่งยืน 

คุณสามารถเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการมองหาสิ่งใหม่ ๆ เช่น BIMobject เว็บไซต์สำหรับดาวน์โหลดโมเดลมากมายกว่า 2,000 แบรนด์ มีสินค้าวางขายจริง ตรงตามสเกล ได้รับความน่าเชื่อถือจากนักออกแบบมากมาย ผู้ที่สนใจสามารถสมัครสมาชิกและดาวน์โหลดโมเดลต่างๆ ฟรีได้ที่ BIMobject Thailand