วัสดุก่อสร้างที่ดีต่อโลก - วัสดุก่อสร้างที่ "ดีต่อโลก" จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมจริงหรือ?

วัสดุก่อสร้างที่ดีต่อโลกสำคัญแค่ไหน ? เชื่อหรือไม่ว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมก่อสร้างทั่วโลกถูกจับตามองว่าเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่ใช้พลังงานสูงและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุด โดยเฉพาะวัสดุก่อสร้างอย่างปูนซีเมนต์ และเหล็กกล้า

เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นสิ่งตอกย้ำว่าโลกอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง และการมองหา “มาตรฐานใหม่ที่ดีต่อโลก” กลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ใช่แค่เทรนด์ หรือ Buzzword อีกต่อไป

ทำไม “วัสดุก่อสร้างที่ดีต่อโลก” ถึงสำคัญ

การใช้วัสดุที่ยั่งยืนไม่ได้มีดีแค่ภาพลักษณ์องค์กร แต่คือ ทางออกของปัญหาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ที่กำลังรุนแรงขึ้นในทุกภูมิภาคของโลก 

อ้างอิงจากรายงานของ United Nations Environment Programme (UNEP) ระบุว่า ในช่วงปี 2023 นั้น อุตสาหกรรมการก่อสร้าง (building and construction sector) มีส่วนรับผิดชอบต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกถึงประมาณ 37 % ของทั้งหมด

นอกเหนือจากนั้น การใช้งานวัสดุในปัจจุบันยังหมายถึงการผลาญทรัพยากรธรรมชาติเป็นจำนวนมาก สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจนไม่สามารถประเมินได้ ไปจนถึงปัญหาขยะจากการผลิตและก่อสร้าง

นี่คือคำตอบที่ชัดเจนว่าทำไมการคิดค้นวัสดุใหม่ๆ และนำไปใช้จริง

วัสดุก่อสร้างที่ดีต่อโลก - วัสดุก่อสร้างที่ "ดีต่อโลก" จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมจริงหรือ?

ตัวอย่างวัสดุก่อสร้าง “ดีต่อโลก” ที่กำลังมาแรง

  1. Low-carbon concrete : หนึ่งในวัสดุก่อสร้างที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือ “คอนกรีตคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Concrete)” ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ นอกจากนี้ยังมีการ ปรับสูตรส่วนผสมให้ใช้พลังงานน้อยลง และ ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการควบคุมคุณภาพการผลิต เพื่อให้คงความแข็งแรงเทียบเท่าคอนกรีตทั่วไป
  2. ไม้แปรรูปเชิงวิศวกรรม (Cross-Laminated Timber – CLT): วัสดุทดแทนเหล็กที่กักเก็บคาร์บอนได้ ที่ในปัจจุบันเริ่มมีการใช้งานจริงที่หลากหลาย แทนที่ไม้และเหล็กกล้า ลดการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ
  3. วัสดุรีไซเคิล: เช่น พลาสติกรีไซเคิล อิฐจากเศษวัสดุ ซึ่งทั้งไทย และต่างประเทศมีการใช้งานวัสดุเหล่านี้อย่างต่อเนื่องมาในระยะเวลานาน โดยในปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เข้าร่วม เพื่อยกระดับความแข็งแรง ความคุ้มค่า และการใช้งานระยะยาวสำหรับวัสดุเหล่านี้อีกด้วย
  4. วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ฉนวนจากเส้นใยพืช อิฐจากไมซีเลียม (เชื้อรา) ที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ

 

ปัจจัยที่ผลักดันให้ “วัสดุสีเขียว” กลายเป็นมาตรฐาน

  1. มาตรฐานการก่อสร้างใหม่: มาตรฐานอย่าง LEED, WELL, EDGE รวมถึงมาตรการด้านภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) ทำให้ผู้พัฒนาโครงการจำเป็นต้องปรับตัว
  2. แรงกดดันจากนักลงทุน: นักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญกับองค์กรที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ส่งผลให้โครงการที่ใช้วัสดุสีเขียวมีความน่าสนใจและเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายกว่า
  3. ความได้เปรียบทางธุรกิจ: อาคารที่ใช้วัสดุประหยัดพลังงานช่วย ลดต้นทุนระยะยาว และสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ทันสมัยและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
  4. Pre-fabrication เป็นการผลิตชิ้นส่วนอาคารล่วงหน้าในโรงงาน ก่อนนำมาประกอบหน้างานจริง กระบวนการนี้ช่วยลดของเสียจากการก่อสร้าง ได้มากกว่า 30–50% เมื่อเทียบกับระบบเดิม เพราะสามารถควบคุมปริมาณวัสดุได้แม่นยำโดยตัวอย่างที่พบได้บ่อยที่สุดคือ Precast Concrete ที่ใช้การหล่อคอนกรีตในโรงงาน และนำไปประกอบหน้างานในภายหลัง
  5. เทคโนโลยีใหม่: เทคโนโลยีอย่าง การพิมพ์ 3D, วัสดุอัจฉริยะ (Smart Materials) และการออกแบบดิจิทัลอย่าง BIM (Building Information Modeling) ทำให้การใช้วัสดุสีเขียวมีความแม่นยำและคุ้มค่ามากขึ้น

 

วัสดุก่อสร้างที่ดีต่อโลก - วัสดุก่อสร้างที่ "ดีต่อโลก" จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมจริงหรือ?

ความท้าทายของวัสดุก่อสร้างที่ดีต่อโลก

  • ต้นทุนการผลิตและติดตั้งยังสูง: วัสดุใหม่หลายชนิดยังต้องใช้เทคโนโลยีการผลิตเฉพาะทาง ทำให้การผลิตออกมาจำนวนมากนั้นยังเป็นไปได้ยาก และมีราคาที่สูงตาม
  • ความเข้าใจของผู้บริโภคและผู้รับเหมายังไม่มากพอ หลายฝ่ายยังมองว่าวัสดุสีเขียว “แพง” หรือ “ใช้ยาก” ทำให้จำเป็นต้องมีการทำความเข้าใจเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว
  • ขาดโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุน เช่น ระบบรีไซเคิล วัสดุทดแทน หรือมาตรฐานอ้างอิงในประเทศ
  • การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมต้องใช้เวลา ทั้งด้านกฎหมาย เทคโนโลยี และพฤติกรรมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

 

มุมมองอนาคต: จาก “นวัตกรรม” สู่ “มาตรฐาน”

แม้ว่าในปัจจุบันการปรับเปลี่ยนวัสดุก่อสร้างนั้นยังเป็นไปได้ยาก แต่หากสังเกตจากแนวโน้มแล้วล่ะก็ในอีก 5–10 ปีข้างหน้า การใช้วัสดุก่อสร้างที่ดีต่อโลกจะขยายไปสู่ทุกระดับ ตั้งแต่โครงการภาครัฐไปจนถึงบ้านพักอาศัยทั่วไป

รัฐบาลหลายประเทศเริ่มออกข้อกำหนดให้ โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ต้องใช้วัสดุที่ผ่านเกณฑ์สิ่งแวดล้อม ขณะที่บริษัทพัฒนาอสังหาฯ เองก็เริ่มตระหนักถึงความได้เปรียบเชิงธุรกิจของการใช้วัสดุประเภทนี้

 

บทสรุป

วัสดุก่อสร้างที่ “ดีต่อโลก” กำลังเปลี่ยนจาก นวัตกรรมเฉพาะกลุ่ม ไปสู่ มาตรฐานหลักของอุตสาหกรรม เพียงแต่ว่าอาจต้องใช้เวลาอีกสักระยะเพื่อทำให้ทุกอย่างนั้นคงที่

ผู้ประกอบการที่เริ่มนำมาใช้ตั้งแต่วันนี้ จะได้เปรียบทั้งในด้าน ต้นทุนพลังงาน ภาพลักษณ์องค์กร และโอกาสทางธุรกิจในอนาคต

หากคุณต้องการค้นหาและออกแบบด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมกับไอเดียมากมายจากสินค้าที่มีขายจริงกว่า 2,000 แบรนด์ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ BIMobject Thailand