
ในฐานะผู้บริโภค สินค้าแบบไหนที่คุณมองหา
ของที่สวย
ของที่คุณภาพดี
ของที่ราคาคุ้มค่า
ของที่ตอบโจทย์การใช้งาน
ของที่ใช้ไปได้นาน ๆ
ของที่ไม่สร้างภาระให้โลก
โมเดิร์นฟอร์ม เข้าใจดีถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และปัญหาสิ่งแวดล้อมโลกที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม จึงพยายามปรับตัว ปรับการออกแบบสินค้า และปรับทิศทางองค์กร ให้รับกับเทรนด์ใหม่มากขึ้น ผู้บริโภคจึงไม่เพียงได้ใช้สินค้าที่ตรงตามความต้องการในแง่ฟังก์ชัน ความงาม และคุณภาพ แต่ยังได้ร่วมแสดงความรับผิดชอบต่อโลกใบนี้ไปด้วยกันกับองค์กร
“เวลาไปซื้อของสักชิ้นนึงเนี่ย ผู้บริโภคเขาอยากรู้ว่าสินค้านี้ผลิตจากที่ไหน วัสดุใช้อะไรทำ มีความยั่งยืนมั้ย หากต้องทำลายมันแล้วระบบนิเวศจะเป็นยังไง เราน่าจะสามารถปรับข้อมูลพวกนี้มาเป็นส่วนประกอบในการออกแบบให้ลงตัวแล้วก็สมบูรณ์ยิ่งขึ้นได้”
คุณกอล์ฟ – ณรงค์ชัย ขาวผ่อง Head of Design Center, Modernform กล่าวถึงแนวคิดหลักที่เขานำมาใช้กำหนดนโยบายในการออกแบบสินค้าของโมเดิร์นฟอร์ม ในบทความนี้ เขาจะมาเผยวิธีการปรับตัวสู่เทรนด์ความยั่งยืนของโมเดิร์นฟอร์ม เพื่อพลิกภาพของสินค้าที่ถูกใจผู้บริโภค ไปสู่สินค้าที่ถูกใจทั้งผู้บริโภคและโลกใบนี้
แนวคิดความยั่งยืนในมุมมองของนักออกแบบ
Longevity คำนี้อาจได้ยินบ่อยสำหรับผู้บริโภคสายรักสุขภาพ หมายถึงแนวคิดการใช้ชีวิตที่มุ่งเน้นการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ในงานออกแบบเองก็มี Longevity เช่นเดียวกัน คือการออกแบบที่มุ่งเน้นให้เกิดความสวยงามคู่ความยั่งยืน ใช้งานได้ทนทาน เสียก็ซ่อมแซมได้ไม่ต้องทิ้ง
“Product Longevity จึงต้องมีอายุยืนยาว ผสมผสานความงามที่เหนือกาลเวลา (Timeless) แล้วก็ การใช้งาน (Functionality) เข้าด้วยกัน”
คุณกอล์ฟ เล่าต่อถึงกระบวนการออกแบบของโมเดิร์นฟอร์มเพื่อสร้าง Longevity ว่า ต้องใส่ใจตั้งแต่กระบวนการการเลือกใช้วัสดุ ที่มองไปถึงปลายทางเลยว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า หากสินค้าหมดอายุขัย และถึงเวลาต้องทำลายมัน จะต้องทำอย่างไร จะเผาทำลายหรือฝังกลบ ไปจนถึงกระบวนการอื่น ๆ ในการใช้งาน และกระบวนการออกแบบสามารถลดผลกระทบต่อโลกที่อาจเกิดจากสินค้าได้
พฤติกรรมเปลี่ยน ธุรกิจเปลี่ยน
เมื่อความยั่งยืนไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์ แต่เป็นข้อเท็จจริงทางสังคมที่ผู้บริโภคใส่ใจ จากเดิมที่ลูกค้ามองสินค้าเพียงความงามและการใช้งาน แต่ปัจจุบัน ลูกค้าต้องการมีส่วนร่วมในการทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น การตัดสินใจซื้อสินค้าสักชิ้น ก็มีความลึกซึ้งขึ้นในการเลือก มีการหาข้อมูลว่าสินค้าผลิตจากที่ไหน ใช้วัสดุอะไร มีความยั่งยืนอย่างไร ซึ่งเป็นรูปแบบพฤติกรรมของลูกค้าที่ธุรกิจต้องปรับตัวตาม
“หลายองค์กรก็มองเรื่องความง่ายในการปรับเปลี่ยนสิ่งอำนวยความสะดวกในที่ทำงาน มองเรื่องของตัวสินค้าที่เคลื่อนย้ายได้ มีฟังก์ชันการใช้งานที่ปรับใหม่ได้โดยไม่ต้องลงทุนซื้อสินค้าใหม่”
หากอธิบายถึงหลักคิดในการปรับตัว คุณกอล์ฟมองว่าต้องต่อยอดสินค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดในแง่การใช้งาน ทำให้สินค้าง่ายต่อการปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งาน ใช้วัตถุดิบในการผลิตและวงจรชีวิตของสินค้าอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพราะลูกค้าจะมองหาสินค้าที่ลดการใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย คงอยู่ได้นานที่สุด มีการนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำได้
การออกแบบต้องสะท้อนตัวตน
“ในส่วนของโมเดิร์นฟอร์ม เรามองความยั่งยืนในอีก 3 ปี 5 ปี ข้างหน้า ว่าต้องเอาความเป็นอยู่ที่ดีและสุขภาพที่ดี มารวมกันให้ได้ เพราะผู้บริโภคจะรู้สึกว่ามันดูมั่งคั่งกว่าการมีของหรูหราเต็มตัว”
คุณกอล์ฟมองว่าเทรนด์สินค้า ไม่ใช่ของที่ใช้หมดแล้วทิ้ง คนจะมองหาของที่สามารถใช้ต่อได้ หรือเติมได้ตลอด โดยที่เขาไม่ต้องทิ้งตัวสินค้าหลักไป สิ่งเหล่านี้สามารถสะท้อนลงมาในงานออกแบบโดยทำให้สินค้าซ่อมแซมได้ เปลี่ยนชิ้นส่วนได้ หรือมีอะไหล่ที่หาซื้อได้
“ผมว่าภาพนี้คือสิ่งที่ผู้ใช้กำลังจะเป็น แล้วจะเป็นเยอะขึ้นด้วย”
จับตาเทรนด์ใหม่ที่องค์กรให้ความสำคัญ
พอผู้บริโภคเปลี่ยน ธุรกิจก็ต้องปรับตาม จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันในหลายองค์กรหันมาให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐาน และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เช่น ข้อมูลคาร์บอนเครดิต การใช้พลังงานภายในองค์กร สินค้าหมุนเวียน พลังงานจากแสงธรรมชาติ บางองค์กรถึงกับมีการกำหนดว่า ระดับผู้บริหารต้องใช้รถ EV เพื่อสะท้อนว่าองค์กรให้ความสำคัญกับดารลดการปล่อยคาร์บอน
“อย่างโมเดิร์นฟอร์ม ในปี 2024 ที่ผ่านมา เราก็ได้รับมาตรฐาน iso และมาตรฐานฉลากคาร์บอน
จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO)”
นั่นหมายความว่า ปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่โมเดิร์นฟอร์มปล่อยออกมาจากการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ภายในช่วงเวลาที่กำหนดนั้น ไม่เกินกว่าระดับมาตรฐาน ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่ากำลังเลือกใช้สินค้าที่ลดการสร้างภาระต่อโลก
เพราะโมเดิร์นฟอร์มมองว่า ความยั่งยืนนั้นเกี่ยวข้องกับทุกคน จึงไม่ควรเป็นความรับผิดชอบของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ทุกฝ่ายต้องตระหนักและผลักดันให้เกิดความยั่งยืนในทุกมิติ ในส่วนขององค์กร โมเดิร์นฟอร์มก็ปรับตัวสู่ความยั่งยืนตั้งแต่ระดับโครงสร้างบริษัท ลงมาถึงการพัฒนาสินค้าที่นำไปสู่ความยั่งยืนในมิติของงานดีไซน์ ฟังก์ชัน ซึ่งหากลูกค้าได้ประโยชน์ สุดท้ายแล้วสิ่งแวดล้อมก็ได้ประโยชน์ไปด้วย
